 |
1. กินข้าวกล้องป้องโรคเบาหวานแถมยังขวางโรคหัวใจไว้ด้วย
นักวิจัยเรื่องอาหาร บอกแนะนำจากผลของการศึกษาวิจัยว่า
คนเราควรจะกินข้าวกล้องกันมากๆ โดยเฉพาะธัญญาหารที่อุดมด้วยใยอาหาร จะช่วยบำรุงสุขภาพ
จะทำให้ ไม่ค่อยเป็นโรคเบาหวานซึ่งบ่อนทำลายสุขภาพ
นักวิจัย ดร.นิโคลา เอ็ม. แม็กเคียว แห่งศูนย์วิจัยโภชนาการทางเกษตร
ของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ กล่าวว่า ผู้ที่บริโภคอาหารผสมข้าวกล้องด้วย จะช่วยบำรุงไฟธาตุ
ไม่ให้แปรปรวน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเป็นโรคเบาหวานแบบที่ 2 และโรคหัวใจ
อันเป็นสองโรคที่เจ็บไข้ได้ป่วยกันอยู่ทั่วโลกกันมากมาย
โดย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
2. ช็อกโกแลตมีคุณประโยชน์เทียบชั้นแบบเดียวกับไวน์แดง
และชาเขียว
ของหวานที่คนชื่นชอบที่สุดในโลกอย่างช็อกโกแลตนั้น
ถูกพบว่า มีส่วนประกอบทางเคมีเช่นเดียวกับที่พบในไวน์แดง และชาเขียว
ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ลดความดันได้
หนึ่งในบรรดาของขวัญวันวาเลนไทน์ที่ผู้คนมักจะมอบให้กันคือ
ช็อกโกแลต ซึ่งเมื่อได้มาแล้ว ผู้รับก็จะรู้สึกหัวใจเต้นตูมตามนั้น จากการสัมมนาของนักวิจัยที่กล่าวในที่ประชุมของเนชั่นแนล
อะคาเดมี ออฟ ไซเอินซ์ ในสหรัฐฯบอกว่า ในช็อกโกแลตนั้นมีสารตามธรรมชาติที่ชื่อว่า
"ฟลาโวนอยด์" มีประโยชน์ในการช่วยลดความดันโลหิต ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
และยังมีประโยชน์อื่นๆต่อสุขภาพด้วย
สำหรับการประชุมดังกล่าว เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ชิมเครื่องดื่มโกโก้หลากรส
ทั้งโกโก้ร้อนแช่พริกไทยตามแบบฉบับอเมริกากลาง ที่มีรสขม และช็อกโกแลตสมัยใหม่ที่มีรสหวาน
ซึ่งต่างก็มีสารฟลาโวนอยด์ที่มีประโยชน์เช่นกัน.
โดย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
3. พบขิงเป็นยาแก้แพ้ท้องขนานเอก ไม่มีพิษมีภัยกับทารกอ่อนในครรภ์
ผลการศึกษาวิจัยครั้งใหม่ยืนยันแล้วว่า
ขิงเป็นยาแก้อาการแพ้ท้องของหญิงมีครรภ์ได้เหนือกว่ายาขนานใด ๆ วางใจได้
ไม่มีผลกระทบกระเทือนกับลูกในท้อง
นักวิจัยแห่งโรงพยาบาลเด็กของมหาวิทยาลัยโตรอนโต
ที่แคนาดา กล่าวว่า ถึวแม้ยาแก้อาการแพ้ท้องของหญิงมีครรภ์จะมีอยู่หลายขนานแต่บรรดาว่าที่มารดา
ต่างพากันเป็นห่วงว่าจะกระทบกระเทือนกับลูกในครรภ์ จึงมักพากันหันไปหาหนทางเลือกอย่างอื่น
เช่น การนวด ฝังเข็ม และที่ใช้กันมากก็คือกินขิง
นักวิจัยกาลินา พอร์ทนอย ได้ทำการศึกษากับคณะหญิงตั้งครรภ์อ่อนไม่เกิน
3 เดือนจำนวนหนึ่ง โดยแบ่งออกครึ่งหนึ่งให้กินขิงในรูปต่าง ๆ ตั้งแต่ชาขิง
ขิงดอง คุกกี้ และขนมขิง ขิงเชื่อม และขิงสำเร็จรูป ส่วนที่เหลือไม่ได้ให้กินอะไรเลย
แล้วรอให้ตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด ปรากฎว่าทารกของมารดาทั้งสองกลุ่มไม่ปรากฎมีความผิดปกติผิดกันแต่อย่างใดเลย
โดย : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
|