หน้าแรก l สมาชิก l สมัครสมาชิก l ติดต่อโฆษณา l คุยกับทีมงาน



  ห้องปรึกษาแพทย์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 


 




โรคเก๊าท์ คืออะไร

โรคเก๊าท์เกิดจากในร่างกายมีระดับกรดยูริคในเลือดสูง จากการสร้างที่ผิดปกติของตับ การลดลงของการขับถ่ายกรดยูริคตากไต รวมทั้งการได้รับอาหารที่มีสารพิวรีนสูง ทำให้เกิดตกผลึกของกรดยูริคในข้อต่างๆ ของร่างกาย และถ้าเป็นนานๆ หรือเรื้อรัง จะทำให้เกิดข้อพิการ หรือเป็นนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะได้

outpost crec

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคเก๊าท์
1. มีประวัติปวดข้อ
2. มีระดับกรดยูริคในเลือดสูงกว่าค่าปกติ
ค่าปกติชาย น้อยกว่า 7.0 มก/ดล
หญิง น้อยกว่า 5.7 มก/ดล
3. เจาะน้ำไขข้อไปตรวจ
4. เอ๊กซเรย์ที่ปวด จะพบผลึกของกรดยูริคสะสมตามข้อ

อาการของคนเป็นโรคเก๊าท์
1. ปวด บวม แดง ร้อน โดยเฉพาะบริเวณหัวแม่เท้า
2. อาการผวดมักเป็น ๆ หาย ๆ หรือเรื้อรัง
3. อาการปวดพบได้ทุกข้อ แต่พบมากที่หัวแม่เท้า
4. พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
5. ในรายที่เป็นมานานจะพบนิ่วของระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งจะมีอาการปวดเอว และปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคเก๊าท์

กรรมพันธุ์โรคเก๊าท์เป็นโรคที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่มีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมระดับกรด-
ยูริคจะมีแนวโน้มสูงตั้งแต่อายุไม่มาก โดยผู้ชายจะเริ่มมีอาการเมื่ออายุ 35-40 ปี ในผู้หญิงส่วนใหญ่จะมี
อาการหลังอายุ 45 ปี หรือหลังหมดประจำเดือน
อ้วนคนที่มีระดับกรดยูริคในเลือดสูง ถ้ามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรืออ้วนขึ้น จะส่งผลทำให้ระดับกรดยูริคใน
เลือดเพิ่มขึ้นด้วย
อาหารที่มีสารพิวรีนสูงทำให้เกิดการสังเคราะห์กรดยูริคสูง
อาหารที่มีไขมันสูงจะยับยั้งการขับถ่ายกรดยูริคออกจากร่างกาย
โรคความดันโลหิตสูงทำให้การขับถ่ายกรดยูริคลดลงและยาที่รักษาโรคความดันโลหิตสูงบางชนิด จะลด
การขับถ่ายกรดยูริคจากร่างกาย
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กระตุ้นทำให้มีการสร้างกรดยูริคมากขึ้น รวมทั้งลดการขับถ่ายออกจากร่างกาย

คำแนะนำในการป้องกันและลดความเสี่ยงจากโรคเก๊าท์
1. ตรวจระดับกรดยูริคในเลือดทุก 6 เดือน ในคนที่มีความเสี่ยงเมื่อใกล้ถึงวัยที่จะมีอาการ (ผู้ชาย 35 ปี, ผู้หญิง
45 ปี หรือหลังหมดประจำเดือน) เพราะถ้าพบว่ามีระดับกรดยูริคในเลือดสูง